Monday, September 23, 2024

ครั้งที่ 11 (17/9/67)


วันนี้อาจารย์ให้นักศึกษานั่งกันเป็นกลุ่มฐานของตัวเอง เพื่อให้นักศึกษาได้พูดคุยและปรึกษากันในการออกมานำเสนอโครงการของตัวเองว่ามีการเริ่มทำกิจกรรมแบบไหน ใช้คำพูดในการนำเสนอผู้เข้าร่วมอบรมแบบใด ให้เหมาะสม และให้นักศึกษาออกมานำเสนอ อาจารย์ได้ให้คำแนะนำในการพูดคุยและการใช้เพลงมการแบ่งกลุ่มในการทำกิจกรรมว่าควรแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ กี่คน หลังจากเสร็จนำเสนอทุกฐานแล้ว อาจารย์ได้ให้นักศึกษา นั่งเป็นแถวยาว และได้สอนเกี่ยวกับ EF คือ Executive functions

ต่อไปให้นักศึกษา ฝึกสมองผ่านเกม Stroop test 

1. ช่วยฝึกจิตใจให้จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งภายใต้สภาวะความกดดันของการทำงานร่วมกันระหว่างสมองทั้งสองซีก

2. โดยสมองซีกขวาจะรับรู้เรื่องสีสันส่วน สมองซีกซ้ายจะรับรู้ตัวอักษรเวลาเล่นก็จะมีหลักง่ายๆคือ

   1.1 ตั้งสติ

   1.2 ดูสีเป็นหลักไม่อ่านตามคำดูสีเป็นหลักไม่อ่านตามคำ

   1.3 อ่านออกเสียงตามสีที่เห็น เช่น เห็นสีเขียวก็หันสีเขียว

ทักษะพื้นฐาน

1.จำเพื่อใช้งาน (working memory) 1 ปี คือ ความสามารถในการจำข้อมูลในขณะประมวลผลข้อมูล

2. ยั้งคิด ไตร่ตรอง (Inhibitory control) 3 ปี คือ ความสามารถในการเป็นวิธีคิดเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยน

3.ยืดหยุ่นความคิด (shift cognetive flexibility) 4 ปี คือ ความสามารถในการหยุดพฤติกรรมตนเองในเวลาที่เหมาะสม

ทักษะปฏิบัติ

1.ริเริ่มและลงมือทำ (initiating)

2. วางแผน จัดระบบ ดำเนินการ (Planning organizing)

3.มุ่งเป้าหมาย (Goal directed persistence)

ทักษะการกำกับตนเอง

1.จดจ่อใส่ใจ (focus / attention)

2. ควบคุมอารมณ์ (Emotion control) 

3.ติดตามประเมินตนเอง (self monitoring)

ต่อไปอาจารย์ได้ให้นักศึกษาร้องเพลงทักษะพื้นฐาน เราไปฟังกันเลยค่ะ

 ทักษะ ทักษะพื้นฐาน                                    เรื่องราวเล่าขานความจำเพื่อใช้งาน

ตรึงตรงช้ำใจนานนาน (ซ้ำ)                         ยืดหยุ่นสำราญคิดนอกกรอบเอย (ซ้ำ)

  คิดแล้วต้องลงมือ                                       วางแผนนั้นหรือเพื่อดำเนินการ

พากเพียร พากเพียร จนชำนาญ (ซ้ำ)           สุข………สราญบรรลุเป้าไปเลย (ซ้ำ) 



ครั้งที่ 10 (10/9/67)

     ได้มีการสอบถามการมีส่วนร่วมของเด็กปฐมวัยในครอบครัวโรงเรียนและชุมชนหลังจากนั้นได้มีการนั่งรวมกันเป็นกลุ่มมีการปรึกษาหารือกันว่าสามารถจัดทำโครงการหรือจัดกิจกรรมในรูปแบบใดสถานที่ไหนโดยสรุปได้ว่า มีการจัดทำโครงการที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเกษตรโดยมีส่วนร่วมของผู้ปกครองมูลนิธิในสลัมเสือใหญ่ โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 28 กันยายนโดยกลุ่มพวกเราได้มีการจัดทำโครงการเกี่ยวกับโยคะท่าทางในเด็กปฐมวัยที่เหมาะสม จะได้คิดเพิ่มเติมด้วยนะคะว่าเราจะมีการสอดแทรกนิทานหรือว่าบทบาทหน้าที่ให้สอดคล้องกับเวลาที่เหมาะสมภายใน 3 ชั่วโมงโดยมีการสอนท่าโยคะและแต่งเป็นนิทานต่างๆอีกด้วย รวมถึงได้รับมอบหมายเกี่ยวกับตารางเนื้อหาที่จะต้องปรับเปลี่ยนและส่งก่อนเที่ยงคืนนี้ ได้สอบถามความคืบหน้าของแต่ละกลุ่มว่าจะต้องทำอย่างไรจัดเตรียมอุปกรณ์อย่างไรบ้าง



ครั้งที่ 9 (3/9/67)

    ได้มีการทดสอบเกี่ยวกับการสอบกลางภาคโดยวัดความรู้ความเข้าใจในด้านของการมีส่วนร่วมของคุณครูผู้ปกครองบทบาทของชุมชนโรงเรียนและครอบครัวมีบทบาทอย่างไรในการอบรมเลี้ยงดูในเด็กปฐมวัยและมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไรในความเป็นครูและสามารถทำอย่างไรได้บ้าง แล้วหลังจากนั้นได้มีการสอบถามว่าจะมีการทำโครงการไปถึงไหนแล้วถามความคืบหน้าของโครงการและการเตรียมความพร้อมในการจัดเตรียมงานทำโครงการเรื่องเอกสารต่างๆ

ครั้งที่ 8

 อาจารย์ให้เสนอแนวการทำงานแต่ละกลุ่ม ทางกลุ่มเราได้ไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมกันเอง

โดยแบ่งหน้าที่กันจัดทำในแต่ละส่วน

ครั้งที่ 7 (13/8/67)

    ได้เริ่มเขียนโครงการให้เป็นรูปร่างว่าโครงการที่จะจัดขึ้นมีลำดับขั้นตอนอย่างไรเมื่อลงพื้นที่นำไปสอนในชุมชน ผู้ปกครอง เด็กๆๆในพื้นที่นั้นๆ จุดประสงค์ เป้าหมาย ความคาดหวัง เป็นต้น ในการจัดทำโครงการว่าจะทำอะไรให้เกิดความรู้และประโยชน์ต่างๆในการจัดทำโครงการนี้ และทำเล่มแบ่งหน้าที่ ตามที่ตัวเองได้รับ ร่างแบบโครงการ ช่วยกันคิดวางแผนงาน




ครั้งที่ 6 (6/8/67)

  ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเขียนโครงการโดยอาจารย์มีตัวอย่างการเขียนโครงการว่าลำดับขั้นตอนในการเขียนโครงการนั้นเป็นอย่างไรนอกจากนี้ยังให้ลองเขียนโครงการอย่างคร่าวๆและแบ่งหน้าที่ในการจัดทำโครงการนั้นๆๆว่ามีหน้าที่อะไร และนอกจากนี้ได้ทำความรู้จักกับอาจารย์ผู้สอนคนใหม่(อาจารย์เบียร์) 

และได้รวมกลุ่ม พูดคุย ในเรื่องของโครงการที่จะทำ มีการจัดแบ่งหน้าที่ และรับคำปรึกษาจากอาจารย์

ซึ่งกลุ่มของพวกเราเลือกที่จะทำเกี่ยวกับ การเล่นโยคะสำหรับเด็ก 




ครั้งที่ 5

อาจารย์บรรยายเกี่ยวกับ ชุมชน ผู้ปกครองและโรงเรียน

และร่วมจับกลุ่มคิดโครงการลงพื้นที่

เรียนเกี่ยวกับ พ.ร.บ ที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง คือ การให้ทุกส่วนของสังคมมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่ ผู้ปกครอง ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด นอกจากนี้ได้เรียนรู้เกี่ยวเด็กว่ามีนักทฤษฏีและนักการศึกษาขแงปฐมวัยมีใครบ้าง เช่น กีเซล เฟอเบล เป็นต้น ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสำหรัวเด็กอย่างไรเพื่อเป็นการพัฒนาเด็กอย่างไรบ้าง สาระการเรียนรู้คือ เนื้อหา เช่น ความหมายของการเรียนรู้ คือพฤติกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลง มาตรฐานต้องมีเกณฑ์ขั้นต่ำมาตรฐานต้องมีเกณฑ์ขั้นต่ำ การที่เราจะประเมินอะไรเราต้องมี BaseLINE การประเมิน ในการทำวิจัย ถ้าเด็กเกิดการเปลี่ยนแปลงแปลว่าวิธีการของเราใช้ได้ได้ผล 

1.เฟรอเบล = บิดาการศึกษาปฐมวัย

2. ซิกมันด์ ฟรอยด์ = วิทยาโลก | จิตวิทยาวิเคราะห์

3. จอห์นดิวอี้ = Learning by doing

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ

 1.Bassline = เบสไลน์

2.learning by doing = การเรียนรู้โดยการทำ

3.theory = ทฤษฎี

4.art activities = กิจกรรมศิลปะ

5.Stories about children = เรื่องราวเกี่ยวกับเด็ก

ครั้งที่ 4 (23/07/67)

 วันนี้ได้เขียนโครงการที่ได้ไปหามาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ชื่อโครงการว่า โครงการสานสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน บ้าน ชุมชน  และได้เขียนออกมาใส่กระดาษแล้วนำเสนอหน้าชั้นเรียน

     อาจารย์ให้นักศึกษาอยู่กันเป็นกลุ่มแล้ว ให้นักศึกษาเรื่องหัวข้อโครงการที่นักศึกษาจะมาพรีเซนต์ในวันนี้โดยให้นักศึกษาเขียนลงในกระดาษแผ่นใหญ่ช่วยกันรวบรวมความคิดว่าเราจะเอาองค์ประกอบของโครงการข้อไหนมานำ อาจารย์ให้เวลา 2 ชั่วโมงในการเตรียมตัวในการพรีเซนต์เวลา 10 โมงตรงให้นักศึกษาออกมาพรีเซนต์งานแต่ละกลุ่มโดยวันนี้อาจารย์มีการแนะนำ การแนะนำตัวในการนำเสนอ ให้เหมาะสม การแต่งกายให้เรียบร้อย การใช้คำพูดหรือคำควบกล้ำ ให้ชัดเจน โดยวันนี้อาจารย์ได้ใช้เทคนิคการสอนแบบการร่วมกันคิด วิเคราะห์ และแนะนำ โดยใช้อุปกรณ์ ในการสอนเป็นโปรเจ็คเตอร์และกระดาษ

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ

1. การแนะนำ = Introduction

2. พูดอย่างชัดเจน = speak clearly

3. แต่งกายเรียบร้อย = Dress neatly.

4. งานกลุ่ม = Group work

5. มาคิดด้วยกัน = Let's think together.







ครั้งที่ 3 (16/07/67)

  การหาแนวร่วมเกี่ยวกับการร่วมมือของชุมชนโรงเรียนและบ้านว่ามีลักษณะอย่างไรและช่วยเหลืออย่างไรโดยยกตัวอย่างว่าได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและอบรมคุณธรรมจริยธรรมอบรมพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมโรงเรียนมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรรวมถึงชุมชนก็มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร   




คำศัพท์
ปลอดภัย safe
โรงเรียน  school
คาดหวัง  expect
นักเรียน student
สุขภาพ  health

ครั้งที่ 2 (9/07/67)

มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการร่วมมือระหว่างบ้านโรงเรียนชุมชนบทบาทของผู้ปกครองและครูที่มีต่อเด็ก โดยมีการกำหนดให้มีการเขียนเป็นความคิดส่วนบุคคลก่อน หลังจากนั้นได้มีการรวมกลุ่มกันโดยชื่อของกลุ่มมีชื่อว่าดอกรักเร่ ได้มีการรวมความคิดกันว่าการมีส่วนร่วมมือระหว่างบ้านโรงเรียนชุมชนบทบาทของครูผู้ปกครองเป็นอย่างไร

หลังจากนั้นได้มีการนำเสนอเป็นรายกลุ่ม
โดยมีการนำเสนอในหัวข้อแต่ละหัวข้อตามที่แต่ละสมาชิกของกลุ่มได้คิดกันมา ได้มีการทำงานร่วมกันเป็นทีมการมีส่วนร่วม ด้วยกัน






โดยสามารถสรุปได้ว่าการมีส่วนร่วมของครูคือการที่ช่วยในการพัฒนาเด็กให้มีศักยภาพตรงไปตามมาตรฐานของหลักสูตรระดับชาติส่วนผู้ปกครองก็มีส่วนในการช่วยปรับสั่งสอนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้ปกครองหรือเด็กในบ้านส่วนโรงเรียนนั้นมีส่วนช่วยในการส่งเสริมให้เด็กมีการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามวัยมีคุณธรรมจริยธรรมและส่งเสริมสุขานามัยที่ดีและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองและร่วมกันพัฒนาชุมชนโดยมีกิจกรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมจิตอาสากิจกรรมประเพณีวันสำคัญต่างๆ

คำศัพท์
กุล่ม  group
มาตรฐาน  standard
ข้อมูล information
พฤติกรรม  behavior
ระดับชาติ  national level

ครั้งที่ 1 (2/07/67)

 สิ่งที่คาดว่าจะเรียนในรายวิชานี้เกี่ยว กับอะไรบ้างโดยการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อที่จะเป็นแนวทางทางการ ศึกษาข้อมูลได้ทดลองจากการลงพื้นที่จัดกิจกรรมในชุมชน


การมีส่วนร่วมของ ครอบครัวและชุมชนในการ จัดการศึกษาปฐมวัย


การมีส่วนร่วมของครอบครัวและ ชุมชน ในกระบวนการศึกษามีความ สำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาและส่ง เสริมการเรียนรู้ของเด็กๆ โดยการมี ส่วนร่วมนี้สามารถแบ่งออกเป็นหลาย ระดับและรูปแบบ

1. การสนับสนุนที่บ้าน ครอบครัวสามารถมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กๆ ที่บ้าน เช่น การช่วยทำการบ้าน การอ่านหนังสือร่วมกัน และการจัด เวลาสำหรับการเรียนรู้

2. การสื่อสารกับโรงเรียน การมีการสื่อสารที่ดีระหว่างครอบครัวและโรงเรียนเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ครอบครัวได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเด็ก รวมถึง สามารถหารือและให้ข้อเสนอแนะกับครูได้.

3. การเข้าร่วมกิจกรรมโรงเรียน การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่โรงเรียนจัดขึ้น เช่น การประชุมผู้ ปกครอง งานแสดงผลงาน หรือกิจกรรมพิเศษต่างๆ ทำให้ ครอบครัวได้มีโอกาสเห็นความก้าวหน้าของเด็กและเสริมสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวและโรงเรียน

4. การมีส่วนร่วมในชุมชน ชุมชนสามารถเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญในการสนับสนุนการ เรียนรู้และการพัฒนาของเด็กๆ เช่น การจัดกิจกรรมสันทนาการ การเรียนรู้นอกห้องเรียน หรือการให้คำแนะนำและการสอนเสริม.

5. การสร้างเครือข่ายและความร่วมมือ การสร้างความร่วมมือระหว่างครอบครัว ชุมชน และโรงเรียนเป็น สิ่งที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การทำงานร่วมกัน ระหว่างกลุ่มต่างๆ นี้สามารถช่วยในการแก้ไขปัญหาและสร้าง โอกาสในการเรียนรู้ที่ดีขึ้นสำหรับเด็กๆ.


การมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ช่วย พัฒนาเด็กๆ แต่ยังส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครอบครัว ชุมชน และโรงเรียน ทำให้เกิดสังคมที่มีความร่วมมือและการ สนับสนุนที่แข็งแกร่ง.

ครั้งที่ 14 (1/10/67)

    วันนี้อาจาย์ได้ให้พวกเราถอดบทเรียน สรุปโครงการที่เราได้จัดทำ โดยให้จัดทำออกมาเป็นคลิปวิดีโอ และจัดทำรูปเล่มเกี่ยวกลุ่มของเรา ซึ่งกลุ่มขอ...